*ภาพยนตร์เรื่อง"ช้าง"... ถ้าเป็นคนไทย => ต้องดู

กระทู้ข้อมูลต่างๆจากเวบบอร์ดเก่า สามารถตอบกระทู้ได้นะครับ

*ภาพยนตร์เรื่อง"ช้าง"... ถ้าเป็นคนไทย => ต้องดู

โพสต์โดย ("\(*-*)/") » อังคาร ก.ย. 08, 2009 3:13 pm

ภาพยนตร์เรื่อง"ช้าง"....ถ้าเป็นคนไทย => ต้องดู

ใช่ครับ!!!....ไม่ได้พูดเกินความจริง

เพราะอะไร...?

เพราะว่าภาพยนตร์เรื่อง "ช้าง" เป็นภาพยนตร์สารคดีเรื่องแรกสุดที่ถ่ายทำอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศสยาม โดยพาราเมาท์ เมื่อปีพ.ศ. 2468 และใช้เวลาถ่ายทั้งหมดนานถึงหนึ่งปีครึ่ง

และการถ่ายทำสารคดีชุดนี้ก็ได้รับการสนับสนุนจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และนายเซียวซองอ๊วน สีบุญเรือน อย่างดียิ่ง

การถ่ายทำเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่ในที่สุดก็ได้ออกฉายในปีพ.ศ. 2470

และในวันนี้....ผมก็ได้นำภาพยนตร์เรื่อง"ช้าง"มาให้คนไทยทุกคนได้ชมและร่วมด้วยช่วยกันอนุรักษ์ภาพยนตร์เก่าเพื่อลูกหลานไทยได้สืบสานและเล่าขานกันต่อไปชั่วกาลนาน

ชมแบบเต็มเรื่อง แต่ผมต้องตัดออกเป็นตอนย่อย 7 ช่วง เนื่องจากทาง Youtube ไม่อนุญาตให้ Upload เกินคลิปละ 10 นาทีครับ

กรุณาไล่ "คลิก" ตามรูปข้างล่างไปเรื่อยๆ จนครบทั้ง 7 ช่วงนะครับ

ช่วงที่ 1:
รูปภาพ


ช่วงที่ 2:
รูปภาพ


ช่วงที่ 3:
รูปภาพ


ช่วงที่ 4:
รูปภาพ


ช่วงที่ 5:
รูปภาพ


ช่วงที่ 6:
รูปภาพ


ช่วงที่ 7:
รูปภาพ

ปล. ชมแล้ว ถ้าถูกใจก็ รบกวนช่วย Comment ให้ด้วยนะครับ เพราะจะได้ทำให้คนอื่นๆ ที่เพิ่งเข้าไปคลิกดู อยากจะดูจนจบทั้ง 7 ตอน เพราะว่าได้ Comment ดีๆ เยอะๆ เนี่ยล่ะครับ
<B>"ถ้าแผ่นดินแรกที่ตั้งไข่ย่ำ เป็นผืนเดียวกับแผ่นดินสุดท้ายที่ดินกลบหน้า...จงกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด"</B>
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
("\(*-*)/")
 
โพสต์: 3005
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ พ.ย. 19, 2006 9:04 am
ที่อยู่: พิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย (www.talkingmachine.org)

โพสต์โดย o_PAO » อังคาร ก.ย. 08, 2009 3:32 pm

ขอบคุณครับอาจารย์ ผมเคยดูตอนที่อาจารย์โดมเอาไปฉายที่ศูนย์วัฒนธรรมฯด้วยหละ แต่นั่นก็เกินสิบปีมาแล้ว :-o
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
o_PAO
 
โพสต์: 20136
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ต.ค. 08, 2005 6:13 pm
ที่อยู่: 11 หมู่ 2 แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กทม 10520

โพสต์โดย o_gb64_64 » อังคาร ก.ย. 08, 2009 4:04 pm

สนุกดีครับ ขนาดไม่มีเสียงพากย์ ลุ้นแทบแย่ โดยเฉพาะตอนหนีเสือ + ช้างพังบ้าน
ภาพประจำตัวสมาชิก
o_gb64_64
 
โพสต์: 2373
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ เม.ย. 09, 2007 10:11 am
ที่อยู่: 85/94 ซ.ประชาอุทิศ119 แขวง/เขตทุ่งครุ กทม. 10140

โพสต์โดย o_K_chang » อังคาร ก.ย. 08, 2009 4:18 pm

ยังไม่ได้ดู แต่ขอSubscribeไว้ก่อนนะครับ อิอิอิ :grin:
รูปภาพ


:)
ภาพประจำตัวสมาชิก
o_K_chang
 
โพสต์: 105
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ พ.ย. 09, 2007 3:04 pm
ที่อยู่: ซอยพ่วงทรัพย์ ถนนประชาชื่น บางซื่อ

โพสต์โดย ("\(*-*)/") » อังคาร ก.ย. 08, 2009 5:06 pm

ขอขอบคุณทุกๆ ความคิดเห็นครับ

ถ้างั้น...ผมขอเพิ่มสิ่งดีๆ ที่ตั้งใจทำให้พี่น้องผองเพื่อนหน่อยนะครับ

ผมเพิ่งทำคลิป 3 เรื่องสำเร็จเมื่อวันอาทิตย์นี้เอง

ผมถ่ายเอง บรรยายเอง และเล่นเอง มีคุณนุชคอยช่วยเหลือ ยกเครื่อง เก็บเครื่อง

...บ้าหรือเปล่าก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าเหนื่อยมาก!!! :( ...


V V V คลิกที่รูปแต่ละรูปข้างล่างได้เลยครับ V V V

คลิปแรก....เพลงไทยเพลงแรกที่บันทึกเสียงสำเร็จบนกระบอกเสียง Edison
และมีหลักฐาน ปีพ.ศ. 2443

รูปภาพ



คลิปที่สอง...เพลงสรรเสริญพระบารมีที่เก่าแก่ที่สุดบนแผ่นเสียง ปีพ.ศ. 2450

รูปภาพ



คลิปสุดท้าย....เพลงไทยเพลงแรกร้องโดยหม่อมส้มจีน และบันทึกบนจานเสียง (แผ่นเสียง) สำเร็จ ปีพ.ศ. 2445-2446

รูปภาพ


:-o
แก้ไขล่าสุดโดย ("\(*-*)/") เมื่อ เสาร์ ก.ย. 12, 2009 8:57 am, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
<B>"ถ้าแผ่นดินแรกที่ตั้งไข่ย่ำ เป็นผืนเดียวกับแผ่นดินสุดท้ายที่ดินกลบหน้า...จงกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด"</B>
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
("\(*-*)/")
 
โพสต์: 3005
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ พ.ย. 19, 2006 9:04 am
ที่อยู่: พิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย (www.talkingmachine.org)

โพสต์โดย o_lekpn » อังคาร ก.ย. 08, 2009 8:58 pm

อลังการมากครับ แต่ยังไม่ได้เข้าไปดูนะครับ ไปเลี้ยงแฟนต้าก่อน :sad:
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
o_lekpn
 
โพสต์: 12268
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ต.ค. 08, 2005 8:39 pm
ที่อยู่: 98 ถ.นนทรี ช่องนนทรี ยานนาวา กรุงเทพฯ

โพสต์โดย o_yusuke » พุธ ก.ย. 09, 2009 7:15 pm

เห็นว่า เรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการ สร้างเรื่อง คิงคองใช่หรือปล่าวครับ
จะแมวขาวแมวเทาแมวดำขอให้จับหนูได้ก็พอ
ภาพประจำตัวสมาชิก
o_yusuke
 
โพสต์: 119
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ธ.ค. 23, 2007 8:43 pm
ที่อยู่: PEOPLE PLACE HOTEL 9 ซ. 8 ถ.เจริญประเทศ ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่

โพสต์โดย ("\(*-*)/") » เสาร์ ก.ย. 12, 2009 7:57 am

yusuke เขียน:เห็นว่า เรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการ สร้างเรื่อง คิงคองใช่หรือปล่าวครับ


แม่นแล้วคร้าบบบ :smile:
<B>"ถ้าแผ่นดินแรกที่ตั้งไข่ย่ำ เป็นผืนเดียวกับแผ่นดินสุดท้ายที่ดินกลบหน้า...จงกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด"</B>
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
("\(*-*)/")
 
โพสต์: 3005
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ พ.ย. 19, 2006 9:04 am
ที่อยู่: พิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย (www.talkingmachine.org)

โพสต์โดย ("\(*-*)/") » เสาร์ ก.ย. 12, 2009 8:17 am

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์อีกเช่นกันครับ

คลิปวิดีโอบันทึกการเล่นแผ่นเสียงต้นฉบับเพลงชาติสยามเวอร์ชั่นแรก แบบสดๆ ตรงหน้า (เพลงชาติไทยฉบับแรกสุด) พ.ศ. 2475

เท่าที่ทราบ...แผ่นเสียงต้นฉบับเพลงชาติ พ.ศ. 2475 ปัจจุบันมีไม่เกิน 3 แผ่นในมือนักสะสม และหนึ่งในนั้นอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย


ประวัติคราวๆ จากวิกิพีเดีย มีดังนี้

กำเนิดเพลงชาติไทย

ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ได้มีการใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นเพลงถวายความเคารพพระมหากษัตริย์ต่างชาติที่เสด็จเยี่ยมประเทศสยามตามธรรมเนียมสากล แม้เพลงดังกล่าวไม่ใช่เพลงชาติของประเทศสยามอย่างเป็นทางการก็ตาม แต่ก็ถืออนุโลมว่าเป็นเพลงชาติโดยพฤตินัยตามหลักดังกล่าว

เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ใน พ.ศ. 2475 คณะราษฎรได้ประกาศใช้เพลงชาติมหาชัย ซึ่งประพันธ์เนื้อร้องโดย เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เป็นเพลงชาติอยู่ 7 วัน (ใช้ชั่วคราว ระหว่างรอพระเจนดุริยางค์แต่งเพลงชาติใหม่) แต่ไม่ได้รับความนิยมจากประชาชน ต่อมาจึงได้เปลี่ยนมาเป็นเพลงชาติฉบับที่แต่งทำนองโดยพระเจนดุริยางค์ เป็นเพลงชาติอย่างเป็นทางการแทนเพลงสรรเสริญพระบารมี

ที่มาของทำนองเพลงชาติปัจจุบันนั้น จากบันทึกความทรงจำของพระเจนดุริยางค์ ได้เล่าไว้ว่า ราวปลายปี พ.ศ. 2474 เพื่อนนายทหารเรือชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งของท่าน คือ หลวงนิเทศกิลกิจ (กลาง โรจนเสนา) ได้ขอให้ท่านแต่งเพลงสำหรับชาติขึ้นเพลงหนึ่ง ในลักษณะของเพลงลามาร์แซแยส ซึ่งพระเจนดุริยางค์ได้บอกปฏิเสธ เพราะถือว่าเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นเพลงชาติอยู่แล้ว ทั้งการจะให้แต่งเพลงนี้ก็ยังไม่ใช่คำสั่งของทางราชการด้วย แม้ภายหลังหลวงนิเทศกลกิจจะมาติดต่อให้แต่งเพลงนี้อีกหลายครั้งก็ตาม พระเจนดุริยางค์ก็หาทางบ่ายเบี่ยงมาตลอด เพราะท่านสงสัยว่าการขอร้องให้แต่งเพลงนี้เกี่ยวข้องกับการเมือง ประกอบกับในเวลานั้นก็มีข่าวลือเรื่องการปฏิวัติอย่างหนาหูด้วย

หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ผ่านไปได้ประมาณ 5 วันแล้ว หลวงนิเทศกลกิจ ซึ่งพระเจนดุริยางค์รู้ภายหลังว่าเป็น 1 ในสมาชิกคณะราษฎรด้วย ได้กลับมาขอร้องให้ท่านช่วยแต่งเพลงชาติอีกครั้ง โดยอ้างว่าเป็นความต้องการของคณะผู้ก่อการ ท่านเห็นว่าคราวนี้หมดทางที่จะบ่ายเบี่ยง เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองในเวลานั้นอยู่ในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อ จึงขอเวลาในการแต่งเพลงนี้ 7 วัน และแต่งสำเร็จในวันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ตนได้กำหนดนัดหมายวันแต่งเพลงชาติไว้ ขณะที่นั่งบนรถรางสายบางขุนพรหม-ท่าเตียน เพื่อไปปฏิบัติราชการที่สวนมิสกวัน จากนั้นจึงได้เรียบเรียงเสียงประสานสำหรับให้วงดุริยางค์ทหารเรือบรรเลง และมอบโน้ตเพลงนี้ให้หลวงนิเทศกลกิจนำไปบรรเลง ในการบรรเลงตนตรีประจำสัปดาห์ที่พระที่นั่งอนันตสมาคมในวันพฤหัสบดีถัดมา พร้อมทั้งกำชับว่าให้ปิดบังชื่อผู้แต่งเพลงเอาไว้ด้วย

อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์ศรีกรุงก็ได้ลงข่าวเรื่องการประพันธ์เพลงชาติใหม่โดยเปิดเผยว่า พระเจนดุริยางค์เป็นผู้แต่งทำนองเพลงนี้ ทำให้พระเจนดุริยางค์ถูกเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ เสนาบดีกระทรวงวัง ตำหนิอย่างรุนแรงในเรื่องนี้ แม้ภายหลังพระยามโนปกรณ์นิติธาดา นายกรัฐมนตรี จะได้ชี้แจงว่าท่านและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้คิดการแต่งเพลงนี้ และเพลงนี้ก็ยังไม่ได้รับรองว่าเป็นเพลงชาติเนื่องจากยังอยู่ในระหว่างการทดลองก็ตาม แต่พระเจนดุริยางค์ก็ได้รับคำสั่งปลดจากทางราชการให้รับเบี้ยบำนาญ ฐานรับราชการครบ 30 ปี และหักเงินเดือนครึ่งหนึ่งเป็นบำนาญ อีกครึ่งที่เหลือเป็นเงินเดือน โดยให้รับราชการต่อไปในอัตราเงินเดือนใหม่นี้ ในเดือนตุลาคมปีเดียวกันนั้นเอง

ส่วนเนื้อร้องของเพลงชาตินั้น คณะผู้ก่อการได้ทาบทามให้ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์) เป็นผู้ประพันธ์ โดยคำร้องที่แต่ขึ้นนั้นมีความยาว 2 บท สันนิษฐานว่าเสร็จอย่างช้าก่อนวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2475 เนื่องจากมีการคันพบโน้ตเพลงพร้อมเนื้อร้องซึ่งตีพิมพ์โดยโรงพิมพ์ศรีกรุง ซึ่งลงวันที่ตีพิมพ์ในวันดังกล่าว แม้เพลงนี้จะเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วไปก็ตาม แต่เพลงนี้ก็ยังไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเป็นเพลงชาติ และมีการจดจำต่อๆ กันไปเรื่อยๆ โดยไม่มีใครรู้ที่มาชัดเจน ดังปรากฏว่า มีการคัดลอกเนื้อเพลงชาติของขุนวิจิตรมาตราส่งเข้าประกวดเนื้อเพลงชาติฉบับราชการ เมื่อ พ.ศ. 2476 โดยอ้างว่าตนเองเป็นผู้แต่งด้วย

เนื้อร้องที่ขุนวิจิตรมาตราประพันธ์เริ่มแรกสุด ก่อนที่จะมีการแก้ไขเมื่อมีการประกวดเนื้อเพลงชาติฉบับราชการ ใน พ.ศ. 2476


แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง
ไทยเข้าครองตั้งประเทศเขตต์แดนสง่า
สืบชาติไทยดึกดำบรรพ์โบราณลงมา
ร่วมรักษาเอกราษฎร์ชนชาติไทย
บางสมัยศัตรูจู่มารบ
ไทยสมทบสวนทัพเข้าขับไล่
ตะลุยเลือดหมายมุ่งผดุงผะไท
สยามสมัยบุราณรอดตลอดมา

อันดินแดนสยามคือว่าเนื้อของเชื้อไทย
น้ำรินไหลคือว่าเลือดของเชื้อข้า
เอกราษฎร์คือกระดูกที่เราบูชา
เราจะสามัคคีร่วมมีใจ
ยึดอำนาจกุมสิทธิ์อิสสระเสรี
ใครย่ำยีเราจะไม่ละให้
เอาเลือดล้างให้สิ้นแผ่นดินของไทย
สถาปนาสยามให้เทิดชัยไชโย


V V V คลิกข้างล่างเข้าชมคลิปเลยครับ V V V

รูปภาพ

:-o
<B>"ถ้าแผ่นดินแรกที่ตั้งไข่ย่ำ เป็นผืนเดียวกับแผ่นดินสุดท้ายที่ดินกลบหน้า...จงกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด"</B>
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
("\(*-*)/")
 
โพสต์: 3005
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ พ.ย. 19, 2006 9:04 am
ที่อยู่: พิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย (www.talkingmachine.org)

โพสต์โดย ("\(*-*)/") » เสาร์ ก.ย. 12, 2009 8:35 am

คลิปประวัติศาสตร์ที่ 2

เพลงชาติสยามฉบับราชการ พ.ศ. 2477

ในปี พ.ศ. 2477 รัฐบาลได้จัดประกวดเนื้อร้องเพลงชาติใหม่ ผลปรากฏว่าเนื้อร้องของขุนวิจิตรมาตรายังคงได้รับการรับรองให้ใช้อีกต่อไป แต่มีการเพิ่มเนื้อร้องของนายฉันท์ ขำวิไล เข้าต่อท้ายอีก 2 บท (แต่ละบทมีความยาว 8 วรรค)

ทำให้เนื้อร้องเพลงชาติยาวมาก เพราะเนื้อร้องของเดิมของขุนวิจิตรมาตรามีความยาวถึง 2 บท (16 วรรค) อยู่แล้ว เมื่อรวมกับเนื้อร้องของนายฉันท์ด้วยแล้ว เนื้อร้องเพลงชาติทั้งหมดจะมีความยาวถึง 32 วรรค

หากจะร้องเพลงชาติให้ครบทั้งสี่บทจะต้องใช้เวลาร้องถึง 3 นาที 52 วินาที (เฉลี่ยแต่ละท่อนรวมดนตรีนำด้วยทั้งเพลงตกที่ท่อนละ 35 วินาที)

ในสมัยนั้นคนไทยส่วนใหญ่จึงนิยมร้องแต่เฉพาะบทร้องของขุนวิจิตรมาตรา และต่อมาภายหลังจึงไม่มีการขับร้อง คงเหลือแต่เพียงทำนองเพลงบรรเลงเท่านั้น

ลองดูเนื้อและฟังจากคลิปตามนะครับ

ทำนอง: พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร)
คำร้อง: ขุนวิจิตรมาตรา
(บทที่ 1 และบทที่ 2)
แต่งเมื่อ พ.ศ. 2475
แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 ทำนอง: พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร)

คำร้อง: ฉันท์ ขำวิไล
(บทที่ 3 และบทที่ 4)
แต่งเมื่อ พ.ศ. 2477
ประกาศใช้เพิ่มเติมจากเนื้อร้องเดิมในปีเดียวกัน


แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง
ไทยเข้าครองตั้งประเทศเขตต์แดนสง่า
สืบเผ่าไทยดึกดำบรรพ์โบราณลงมา
รวมรักษาสามัคคีทวีไทย
บางสมัยศัตรูจู่โจมตี
ไทยพลีชีพร่วมรวมรุกไล่
เข้าลุยเลือดหมายมุ่งผดุงผะไท
สยามสมัยบุราณรอดตลอดมา
อันดินสยามคือว่าเนื้อของเชื้อไทย
น้ำรินไหลคือว่าเลือดของเชื้อข้า
เอกราษฎร์คือเจดีย์ที่เราบูชา
เราจะสามัคคีร่วมมีใจ
รักษาชาติประเทศเอกราชจงดี
ใครย่ำยีเราจะไม่ละให้
เอาเลือดล้างให้สิ้นแผ่นดินของไทย
สถาปนาสยามให้เทอดไทยไชโย เหล่าเราทั้งหลายขอน้อมกายถวายชีวิต
รักษาสิทธิ์อิสระ ณ แดนสยาม
ที่พ่อแม่สู้ยอมม้วยด้วยพยายาม
ปราบเสี้ยนหนามให้พินาศสืบชาติมา
แม้ถึงภัยไทยด้อยจนย่อยยับ
ยังกู้กลับคงคืนได้ชื่นหน้า
ควรแก่นามงามสุดอยุธยา
นั้นมิใช่ว่าจะขัดสนหมดคนดี
เหล่าเราทั้งหลายเลือดและเนื้อเชื้อชาติไทย
มิให้ใครเข้าเหยียบย่ำขยำขยี้
ประคับประคองป้องสิทธิ์อิสรเสรี
เมื่อภัยมีช่วยกันจนวันตาย
จะสิ้นชีพไว้ชื่อให้ลือลั่น
ว่าไทยมั่นรักชาติไม่ขาดสาย
มีไมตรีดียิ่งทั้งหญิงทั้งชาย
สยามมิวายผู้มุ่งหมายเชิดชัยไชโย


V V V คลิกข้างล่างเข้าชมคลิปเลยครับ V V V

รูปภาพ

:-o
<B>"ถ้าแผ่นดินแรกที่ตั้งไข่ย่ำ เป็นผืนเดียวกับแผ่นดินสุดท้ายที่ดินกลบหน้า...จงกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด"</B>
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
("\(*-*)/")
 
โพสต์: 3005
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ พ.ย. 19, 2006 9:04 am
ที่อยู่: พิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย (www.talkingmachine.org)

โพสต์โดย ("\(*-*)/") » เสาร์ ก.ย. 12, 2009 8:40 am

สุดท้าย....เพลงชาติไทยเนื้อร้องปัจจุบัน จากแผ่นเสียงตรากระต่าย

เพลงชาติไทยทำนอง: พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร)
คำร้อง: พันเอก หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) ในนามกองทัพบก

ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
เป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน
อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล
ด้วยไทยล้วนหมาย รักสามัคคี
ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด
เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี
เถลิงประเทศชาติไทยทวี มีชัย ไชโย


V V V คลิกข้างล่างเข้าชมคลิปเลยครับ V V V


รูปภาพ

:-o
<B>"ถ้าแผ่นดินแรกที่ตั้งไข่ย่ำ เป็นผืนเดียวกับแผ่นดินสุดท้ายที่ดินกลบหน้า...จงกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด"</B>
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
("\(*-*)/")
 
โพสต์: 3005
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ พ.ย. 19, 2006 9:04 am
ที่อยู่: พิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย (www.talkingmachine.org)


ย้อนกลับไปยัง Retro Society (บอร์ดเก่า)

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน

cron